หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก นี่หนูโตขึ้นมาขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย จาก 3 โลเป็น 8 โลกว่าแล้วนะค่ะ
คุณพ่อเล่าว่า เวลาที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ที่ถ้าใครไม่ได้เป็นพ่อคงนึกไม่ถึงแน่ๆ เลย และนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำให้คุณพ่อนึกถึงพระคุณอากงอาม่า ขอบคุณที่เลี้ยงดูคุณพ่อมาจนโตนะคะ
แล้วเมื่อราวเดือนก่อนน้า @pensri ก็มาชวนคุณพ่อให้ไปพูดในงานที่ชื่อ ignite ซึ่งคล้ายๆ กับ thinkcamp ที่คุณพ่อเคยทำเมื่อปีก่อนตอนหนูเกิดใหม่ๆ ซึ่งที่แตกต่างก็คือ ignite ให้เราพูดเรื่องอะไรก็ได้ ภายในเวลา 5 นาทีเท่านั้น โดยรูปแบบการนำเสนอ ก็คือ 20 slide 15 วินาที/slide
ดังนั้นคุณพ่อ ก็เลยรวบรวมรูปภาพหนูมาทำ Slide ตั้งใจว่า จะเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาระหว่างหนึ่งปี โดยตั้งชื่อเรื่องว่า “เมื่อเจ้าตัวเล็กครบขวบ” แต่ถ้าแค่นั้น… มันไม่จุดประกาย ก็เลยได้ปรึกษากับ @aerodust ได้ความว่า “ทำไมไม่เปลี่ยนมุมมองสักหน่อยหละ” เลยทำให้คุณพ่อนึกถึงเรื่องชีวิต เรื่องของเวลา เรื่องความแตกต่างระหว่างคน จนออกมาเป็น slide ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ
คุณพ่อบอกว่า มีความสุขกับการทำสไลด์มาก ก็เลือกมาแต่รูปเด็ดๆ ของหนูเลย แต่คุณพ่อสารภาพว่า ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะแต่ละรูปดูแล้วก็ตื้นตัน มันเป็นภาพความสุขความทรงจำที่ประทับใจตัวเองมากๆ
และแล้วเวลาก็ผ่านไปจนถึงวันที่ 26 ก.พ. วันที่หนูครบหนึ่งขวบพอดี วันนั้นหนูไม่ได้อยู่ที่บ้านรังสิตนะคะ หนูเข้ามาอยู่ในเมืองกับอาม่าที่สาธุประดิษฐ์ แต่ด้วยความคิดถึงคุณพ่อทำงานเสร็จก็รีบขับรถจากรังสิตมาหาหนูเลย วันนั้นเราไม่ได้ทำอะไรกันมาก มีอาอี้ซื้อหนมเค๊กมากินกัน แต่หนูกินไม่ได้ ก็ได้แต่ดู น้ำลายหยดติ๊งๆ คุณพ่อเล่าว่า ความสุขของคุณพ่อ ไม่ได้อยู่ที่การทำงานแต่อย่างเดียว แต่อยู่ที่การได้เห็นหนูมีความสุขด้วย ซึ่งมันคงไม่ใช่แค่การเตรียมความพร้อม การทำงานเพื่ออนาคตของหนู แต่น่าจะอยู่ที่การได้อยู่ในทุกช่วงชีวิตการเติบโตของหนูด้วย
จึงเป็นที่มาของพล็อตเรื่องที่จะไปเล่าทั้งหมดในงาน ignite ในวันที่ 3 มี.ค.
คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า พอรู้ว่าจะพูดอะไรก็ได้ print ออกมา แต่วันนั้นเป็นวันที่งานยุ่งที่สุดวันหนึ่ง และก็พลาดไม่ได้ซ้อมก่อนไปพูด ก็เลยไม่รู้ว่าแต่ละสไลด์จะใช้เวลาในการพูดเท่าไร ได้ลองฝึกพูดจริงก่อนงานเริ่มแค่ประมาณ 10 นาทีกับคุณแม่ (วันนั้นคุณแม่ก็ไปเชียร์คุณพ่อที่ Emporium ด้วย)
คุณพ่อได้ลำดับการพูดเป็นคนที่ 3 หลังพี่ @ponddekd และลุง @vasinp เวลาผ่านไปไวมาก คนละ 5 นาทีจริงหรือเนี่ย ตอนนั้นคุณพ่อกำลังสนุกอยู่กับการฟังคนอื่นอยู่เลย แต่เมื่อถึงคราวขึ้นเวที ก็ลุยเลยนะคะ คุณพ่อสู้ๆ
และก็เช่นกัน 5 นาทีไวเหมือนโกหก ระหว่างพูดคุณพ่อบอกว่า เมื่อมองไปยังคนฟัง ก็รู้สึกดีที่เห็นคนยิ้ม คนสนุกกับเรื่องราวของหนู หนูได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนมากมายที่ได้ยินมีความสุข และคุณพ่อก็จบประเด็นลงตรงที่ว่า คุณพ่อจะทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับหนูในวันนี้ ไม่ใช่มัวแต่ทำงานเพื่ออนาคต
วันนั้นคุณพ่อได้ tweet มาจำนวนหนึ่งจากผู้สนใจ ดังต่อไปนี้ค่ะ

ขอบคุณทุกเสียงที่ tweet เข้ามานะค่ะ
ยังไงสุดท้ายนี้คุณพ่ออยากสรุปไว้ว่า
“ช่วงเวลาชีวิตของคนเราไม่เหมือนกันหรอกครับ มีจุดเปลี่ยนบางจุด จะทำให้เราคิดอะไรได้บางอย่าง อย่างหนูอิงทำให้คุณพ่อคิดได้ว่า ปัจจุบันสำคัญที่สุด”
นั้นคือเรื่องราวทั้งหมดที่หนูพอจะรู้ จากมุมมองของพ่อ ที่หนูได้เข้ามาทำให้มันเปลี่ยนไปคะ ^_^
